Digit-4-self

หลัก 4 Self เทคนิคที่ใช้ในการพัฒนาตนเอง

ในโลกยุคปัจจุบันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างในหลายๆ ด้าน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องเทคโนโลยี, การสื่อสาร, สภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารต่างๆ ซึ่งมีการส่งถึงกันอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นมนุษย์จึงต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง และจะต้องหันมาพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีความพร้อมกับปัจจัยภายนอกที่เปลี่ยนแปลงที่อย่างไม่หยุดยั้ง

พัฒนาตนเองด้วยแนวคิด 4 Self

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความทะเยอทะยาน ต้องการประสบผลสำเร็จในชีวิต คุณจะต้องเริ่มจากการพัฒนาตัวเองเพื่อให้ความปรารถนาของคุณบรรลุไปสู่เป้าหมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่ความมุ่งมั่นของตัวคุณเองเป็นหลัก วันนี้เราจึงจะมาแนะนำแนวคิดในการพัฒนาตนเองที่เรียกว่า 4 Self ได้แก่…

Self Awareness – ค้นหาว่าตนเองต้องการอะไร

สำหรับขั้นตอนแรกให้คุณค้นหาว่าส่วนลึกที่สุดของคุณนั้นต้องการอะไรกันแน่ เช่น บางคนอยากมีบ้าน ที่มีสระว่ายน้ำ, บางคนอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน, บางคนอยากเปิดร้านอาหารเล็กๆ เป็นของตนเอง เป็นต้น ต่อมาเมื่อคุณรู้แล้วว่าเป้าหมายที่คุณต้องการคืออะไร ในขั้นตอนต่อไป คือ ให้คุณไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนว่า จะต้องทำอย่างไรให้ฝันนั้นเป็นจริง เช่น ไปเรียนทำอาหาร, เรียนต่อปริญญาเอก เป็นต้น

Self Discipline – กำหนดหนทางของความสำเร็จในเป้าหมาย

คุณต้องเตรียมใจว่าเส้นทางในการไปสู่ฟันของคุณ คุณจะต้องประสบพบเจอกับปัญหารวมทั้งอุปสรรคมากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้คุณผ่านไปได้ คือ คุณจะต้องมีวินัยในตนเอง ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไรก็จะต้องผ่านมันไปให้ได้ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคนั้น ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าคุณเปิดร้านอาหารในฝันเป็นของตัวเองแล้ว คุณจะต้องเจอกับปัญหาสารพัด เช่น ปัญหาลูกจ้างไม่มาทำงาน, ปัญหาที่งบประมาณช่วงแรกมีจำกัด, ปัญหาลูกค้าไม่รู้จักร้านมากเท่าไหร่, ทำให้ในแต่ล่ะวันเงียบ เป็นต้น จนกระทั่งอยากทำให้คุณล้มเลิก แต่ถ้าคุณมี Self Discipline แล้วล่ะก็จะช่วยบังคับให้คุณมีวินัยพอที่จะปฏิบัติตนเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

Self Improvement – เครื่องจุดประกายความรู้

สำหรับการพัฒนาในข้อนี้ จะทำให้คุณเริ่มวิเคราะห์ว่าคุณจะต้องพัฒนาตนเองในเรื่องใดบ้าง เพื่อทำให้เป้าหมายบรรลุผลสำเร็จ เช่น ถ้าคุณมีโอกาสเปิดร้านอาหาร และคุณพบว่าอาหารของคุณไม่อร่อยเท่าร้านข้างๆ ความรู้สึกที่จะเกิดขึ้นกับคุณนั้นมีอยู่ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 รู้สึกลบคือ คุณจะเริ่มรู้สึกเบื่อ ไม่สบอารมณ์ หงุดหงิด ส่วนความรู้สึกด้านที่ 2เป็นความรู้สึกทางบวก คุณจะบอกตนเองอยู่เสมอว่า คุณจะต้องพัฒนาความรู้นี้ขึ้นไปให้มากกว่าเดิมอีก โดยความรู้สึกทางบวกนี้จะกลายมาเป็นพลังให้แก่คุณนั่นเอ

Self Evaluation – ประเมินผลตัวเอง

สำหรับขั้นตอนประเมินผลนี้ คุณต้องประเมินผลตนเองเป็นระยะๆ อยู่เสมอ ในส่วนของคำถามวัดใจ ที่คุณจะต้องถามตัวเอง คือ คุณมีความรู้พอหรือยัง คุณจะต้องหาหนทางอย่างไรบ้างในการทำให้คุณมีความรู้เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามเรื่องที่คุณควรรู้ คือ การประเมินตนเอง คุณจะต้องกำหนดเป็นระยะๆ เช่น ทุก 3 เดือน, ทุกครึ่งปี, หรือทุก 1 ปี เป็นต้น เช่น คุณประเมินความรู้ของคุณว่าเมื่อคุณได้เปิดร้านอาหารแล้ว คุณเรียนรู้อะไรเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ มีความรู้อะไรบ้างที่คุณอยากจะรู้และยังไม่รู้ และจะต้องหาทางเพิ่มมันอย่างไร เป็นต้น

สุดท้ายนี้ ต้องขอบอกว่าการพัฒนาตนเองนั้นไม่ยากเลย เพราะคุณอาจเริ่มจากขั้นตอนง่ายๆ ก็ได้ ในปัจจุบันนี้มีความที่ไม่ต้องเสียเงิน หรือเสียเงินน้อยให้ศึกษาอยู่เต็มไปหมด แต่สิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องมีเลยก็คือความมุ่งมั่น รวมทั้งความตั้งใจจริงที่จะบริหารจัดการตนเอง ทราบถึงความต้องการของตนเอง รวมทั้งสร้างวินัยในการปฏิบัติตนตามเงื่อนไขในเวลาที่กำหนด เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามาก และก็คือประเมินผลสำเร็จของตัวเองอย่างต่อเนื่อง